ฟิกYๆ ตามใจช้าน ครั้งที่ 3 (KHR 8059)
posted on 04 Mar 2008 01:47 by waterjoinเอิ้กๆๆๆๆๆ ลงเพลงได้แระ เอาวิธีนี่หละง่ายดี................
อย่างที่เคยบอกไว้ว่าจะแต่งฟิกแบบที่ว่าลงแค่ในบล็อกนี้ เพราะงั้น ฟิกนี้ ไม่มีในบอร์ดรีบอร์นแน่นอน อิอิ
((แต่งไว้นานแล้วหละ แต่เพิ่งจบ ><"))
Title: Forever Love
Author: WaTeR
Pairing: Yamamoto Takeshi & Gokudera Hayato
Rating: PG-13
Other Suggestion: AU Fic
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
..................จะขอเป็นเพียงอากาศที่อยู่รอบๆ ตัวนาย ถึงนายจะมองไม่เห็นก็ไม่เป็นไร..................
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“ทาเคชิ มาหาฉันหน่อย” ในเวลาเช่นนี้ ถ้าเป็นคนอื่นยามาโมโตะคงปฏิเสธออกไปเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะเป็นคนๆ นี้และเพราะน้ำเสียงสะอึกสะอื้นแบบนี้ อย่าว่าแต่ปฏิเสธเลย ตั้งแต่รู้ว่าใครโทรมาตัวเค้านั้นก็แทบจะกระโจนไปหาอยู่แล้ว
“จะไปเดี๋ยวนี้หละ” ยามาโมโตะวางหูโทรศัพท์และขับรถออกมาอย่างรีบร้อน ยามค่ำคืนที่ฝนเทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเพราะพายุนั้นเป็นอุปสรรค์อย่างมากในการเดินทาง เวลาอย่างนี้คงไม่มีใครที่ไหนอยากขับรถออกมาหรอกถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ
ตั้งแต่ที่ยามาโมโตะได้รับรู้ถึงความขมขื่นในวัยเด็กของคนๆ นี้ เค้าก็ปฏิญาณไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เค้าจะขออยู่ข้างกายคนๆ นี้ไปตลอด แม้ว่าจะอยู่ได้แค่ในฐานะเพื่อนสนิทก็ตาม
~Hane ga nai tenshi wa boku ni~
เสียงเพลง Drawing Days ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของชายหนุ่มขณะกำลังขับรถอยู่ เค้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไป
“ครับ” แต่ฝ่ายที่โทรมายังคงเงียบและไม่พูดอะไร ยามาโมโตะจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมามองว่าเป็นเบอร์ใคร ก่อนจะแนบโทรศัพท์เข้ากับหูแล้วพูดลงไปอีกอย่างห่วงใย “ฮายาโตะ เป็นอะไร มีอะไรหรือเปล่า นี่ฉันกำลังไปหานายนะ อีกแป๊บเดียว” ปลายสายอีกด้านหนึ่งได้ยินดังนั้นก็ไม่พูดอะไร แล้วกดตัดสายไปดื้อๆ
อีกสักพักใหญ่ๆ รถเก๋งคันงามก็มาจอดอยู่ตรงลานจอดรถของคอนโดหรูใจกลางย่านธุรกิจ ร่างสง่างามก้าวออกมาจากรถแล้ววิ่งฝ่าสายฝนไปยังทางเข้าคอนโด แล้วกดอินเตอร์คอมต่อไปยังห้องหมายเลย 1869 เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากเจ้าของห้อง ยามาโมโตะจึงขอให้โกคุเทระกดปุ่มปลดล๊อกประตูอัตโนมัติข้างล่างนั้น แล้วก้าวเข้าไปในตัวอาคารขึ้นลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้อง 1869 ทันที
เมื่อมาถึง ยามาโมโตะก็เคาะประตูห้องเบาๆ สองสามที พอประตูเปิดออก คนที่อยู่ข้างในก็โผเข้าหาอย่างอ่อนแรง ยามาโมโตะจึงต้องกอดประคองร่างนั้นไว้เพื่อไม่ให้ล้ม “ทาเคชิ...ดีโน่เค้า...” ร่างอ่อนแรงในอ้อมแขนนั้นเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะซบลงบนบ่า
“ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ” ร่างสูงถามด้วยความห่วงใยหลังจากที่พาเจ้าของเรือนผมสีเงินเข้ามานั่งในห้องแล้ว
“เลิกกันแล้ว” โกคุเทระพูดออกมาเบาๆ ราวกับคนไม่มีแรง เมื่อสังเกตดูดีๆ ที่ใบหน้านั้นมีร่องรอยของการเสียน้ำตามาอย่างหนัก
ยามาโมโตะหยิบเก้าอี้มาวางไว้ใกล้ๆ โซฟาตัวที่โกคุเทระนั่งอยู่ แล้วนั่งลง “เพราะเจ้าเด็กนั้นเหรอ” เสียงนุ่มถามถึงสาเหตุของการเลิกรา
“ไม่ใช่หรอก...นายก็รู้ พวกฉันไปกันไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้ว” โกคุเทระเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนคนสนิท
ใบหน้าที่มีรอยคราบน้ำตาตรงหน้านั้น ยามาโมโตะอยากคว้ามันเข้ามากอดให้รู้แล้วรู้รอดเลย แต่ติดอยู่ตรงที่ความรู้สึกของคนตรงหน้า คำพูดที่เค้าอยากพูด การกระทำทั้งหมดที่เค้าต้องการจะสื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ ถ้าหากมันทำให้คนๆ นี้ไม่สบายใจขึ้นมาหละ ถ้าหากคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าไม่ได้คิดเช่นเดียวกันกับที่เค้าคิดหละ ความสัมพันธ์ที่มีอยู่ตอนนี้มันอาจจะพังทลายลงก็เป็นได้
“คืนนี้นายอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ” โกคุเทระพูดพร้อมสายตาเว้าวอน
“อืม ได้อยู่แล้ว” ยามาโมโตะยิ้มแล้วตบไปที่บ่าของโกคุเทระเพื่อให้กำลังใจ
ยามาโมโตะกับโกคุเทระเป็นเพื่อนกันมานานกว่าสิบปีแล้ว เรื่องจะมาค้างที่บ้านหรือเรื่องที่จะนอนเตียงเดียวกันนั้นไม่เคยเป็นปัญหาเลย แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นความคิดของโกคุเทระฝ่ายเดียว ตัวยามาโมโตะนั้น ต้องพยายามข่มใจตลอดเวลาที่อยู่ข้างกายโกคุเทระ
“งั้นเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เปียกไปหมดแล้ว” ยามาโมโตะลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับถอดเสื้อนอกออก อยู่ดีๆ โกคุเทระก็เข้ามากอด “ขอบใจนะ” ยามาโมโตะจับไหล่โกคุเทระแล้วดันออกเบาๆ “ไม่เป็นไร ก็นายเป็นเพื่อนสนิทฉันนิ” ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องน้ำไป
ถ้าเมื่อกี๊เค้าไม่ดันร่างนั้นออกหละ ถ้าเมื่อกี๊ตัวเค้ากอดตอบร่างนั้นแล้วดึงมาจูบหละ ถ้าเพียงแต่........คิดแล้วก็ทุบไปที่ผนังห้องน้ำด้วยความเจ็บใจและสับสน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันต่อมา กว่ายามาโมโตะรู้สึกตัวขึ้นมาก็เป็นเวลาเก้าโมงกว่าแล้ว จริงสิ เมื่อวานเค้ามาค้างที่บ้านโกคุเทระนิ ว่าแล้วก็หันหน้าไปหาชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆ........ยังไม่ตื่นเลยแฮะ เมื่อมองดูดีๆ ที่ใบหน้านั้น ดวงตาบวมแดงซะขนาดนั้น
เมื่อคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนแล้ว ยามาโมโตะก็นึกเจ็บใจอยู่ลึกๆ เจ้าของร่างที่นอนอยู่ข้างเค้านั้นพร่ำพรรณนาถึงแต่เจ้าหมอนั้น เจ้าดีโน่นั้น ทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าโกคุเทระรักมันขนาดไหน แต่มันก็มักจะหาเรื่องมาทะเลาะกับโกคุเทระอยู่เสมอ จากที่เค้ามอง ไม่ว่าจะมองมุมไหน เจ้าดีโน่นั้นก็แค่หลอกใช้ความรู้สึกของโกคุเทระเท่านั้นหละ ก็ในเมื่อมันยังมีเจ้าเด็กสึนะอะไรนั้นอยู่ทั้งคน
‘ทำไมไม่เป็นฉัน’ ยามาโมโตะได้แต่คิดอยู่ในใจ เอื้อมมือออกไปหมายจะสัมผัสคนตรงหน้าแต่กลับชะงักไว้กลางคัน แล้วเปลี่ยนเป็นการเขย่าตัวคนข้างเพื่อเป็นการปลุกแทน “ฮายาโตะ ตื่นได้แล้วมั้ง”
“งืมม ทาเคชิ วันนี้วันอาทิตย์นะ ขออีกหน่อยละกัน” เจ้าหนุ่มขี้เซาพูดทั้งๆ ที่ยังไม่ลืมตา
ยามาโมโตะส่ายหัวแล้วผุดจะลุกขึ้น แต่กลับมีมือเรียวมาจับแขนไว้ ก่อนจะตามมาด้วยมืออีกข้างกอดร่างเค้าไว้ “นายเองก็ไม่เห็นต้องรีบลุกนิ” แล้วดึงตัวยามาโมโตะนอนลง “ตัวนายอุ่นดีจัง” ว่าแล้ว โกคุเทระก็ซบกับไหล่ยามาโมโตะแล้วหลับไปอีกรอบ
ยามาโมโตะปล่อยเลยตามเลย สอดมือเข้าไปใต้ศีรษะของร่างนั้นแล้วโอบกอดไว้ ‘เท่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว’ แต่กระนั้นก็หาได้หลับลงไม่ ดวงตาสีนิลสวยจับจ้องอยู่แต่บนใบหน้าขาวที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีเงิน ยามาโมโตะใช้นิ้วปัดผมที่ระอยู่ตรงใบหน้านั้นออก
โกคุเทระขยับตัวแล้วลืมตาขึ้น ยามาโมโตะถึงกับสะดุ้งเพราะกำลังจ้องมองใบหน้านั้นอย่าเหม่อลอย
“นายไม่นอนต่อ” ยามาโมโตะรีบตั้งคำถามแก้เขิน
“นายจะให้ฉันหลับลงได้ไง ในเมื่อมีคนมาจ้องหน้าฉันอยู่แบบนี้” โกคุเทระเหลือบตาขึ้นมามองใบหน้าคมเข้มนั้นอย่างยียวน ยามาโมโตะถึงกับหน้าถอดสี นี่อย่าบอกนะว่าคนตรงหน้ารู้ถึงความรู้สึกของเค้าแล้ว “นายไม่ต้องสงสารฉันขนาดนั้นก็ได้ ไม่นานก็หายเองหละ” โกคุเทระเข้าใจไปว่าที่ยามาโมโตะนอนมองหน้าเค้าอย่างนั้นเป็นเพราะความสงสาร
โกคุเทระลุกขึ้นแล้วคร่อมร่างยามาโมโตะเพื่อที่จะก้าวลงจากเตียง แต่กลับหยุดกลางทาง หยุดอยู่บนร่างของยามาโมโตะ “ฉันไปอาบน้ำหละ นายจะอาบพร้อมฉันเลยไม๊”
ยามาโมโตะแทบจะฉุดร่างโกคุเทระให้นอนลงแล้วจัดการทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ก็ต้องข่มใจกล่าวออกไปว่า “นายไปก่อนเหอะ เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเช้าให้แล้วค่อยอาบ”
“อืม....ดีเลย...ไม่ได้กินข้าวฝีมือนายนานแล้วแฮะ” ร่างที่คร่อมอยู่นั้นค่อยๆ ข้ามผ่านแล้วลงจากเตียงไป ทิ้งไว้แค่คำพูดและรอยยิ้มแสนสวย
ยามาโมโตะทำอาหารไปพลางคิดถึงเรื่องของโกคุเทระไปพลาง เมื่อได้ยิงเสียงคนที่กำลังคิดถึงอยู่นั้นเดินออกมาจากห้องน้ำก็หันไปถามด้วยรอยยิ้ม “ไปเที่ยวกันไม๊”
“เดทเหรอ” โกคุเทระถามกลับพร้อมเสียงหัวเราะ
“อืม” ยามาโมโตะลงเสียจากลำคอ ก่อนจะหันกลับไปทำอาหารต่อ “ไปไม๊หละ”
“ไปอยู่แล้ว” คำตอบพร้อมรอยยิ้มถูกส่งมาก่อนเจ้าของเสียงจะเดินไปแต่งตัว
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
“แปลกเนอะ ทั้งๆ ที่เมื่อคืนฝนตกหนังอย่างกับอะไร วันนี้อากาศดันแจ่มใสซะนี่” โกคุเทระตั้งข้อสงสัยขณะกำลังจะขึ้นรถ
“ไม่เคยได้ยินเหรอที่เค้าว่าฟ้าหลังฝนหน่ะ” ยามาโมโตะตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มที่แจ่มใสไม่แพ้อากาศ
หลังจากออกรถมาได้ซักระยะหนึ่งก็ยังไม่สามารถบอกได้ซักทีว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน คนนั่งเฉยๆ จึงเริ่มมีอาการเบื่อ “นี่นายคิดว่านายจะพาฉันไปไหนหน่ะ” น้ำเสียงบ่งบอกถึงอาการเซ็ง กับใบหน้าที่บึ้งตึง ทำเอาคนขับถึงกับหัวเราะออกมาก่อนจะหันไปตอบคำถามนั้นด้วยรอยยิ้ม ร่างบางขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจแล้วหลับไป
“ถึงแล้ว” เสียงเรียกดังขึ้นเมื่อทั้งคู่มาถึงที่หมาย โกคุเทระมองออกไปนอกรถแล้วพูดขึ้นมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “สวนสนุก” ก่อนจะหันกลับไปมองยามาโมโตะด้วยสายตาแปลกๆ
คนถูกมองระเบิดหัวเราะออกมา “ก็สวนสนุกหน่ะสิ มา.....ลงมาได้แล้ว”
ถึงจะยังไม่หายงงแต่โกคุเทระก็ยอมทำตามที่ยามาโมโตะบอกโดยดี “อายุขนาดนี้แล้วยังจะมาเล่นไอ้พวกเครื่องเล่นนี่อีกเหรอ” ร่างบางบ่นพึมพำขณะปิดประตูรถ
ถึงตอนแรกจะทำท่าอิดออดไม่อยากเข้าไปแต่สุดท้ายโกคุเทระก็เล่นเครื่องเล่นแทบจะทุกอย่างเท่าที่ตัวเค้าสามารถจะเล่นได้ ทั้งรถไฟเหาะ เรือไวกิ้ง รถปั๊ม เฮอริเคน บ้านผีสิง แม้กระทั่งทาวเวอร์ซ็อต เล่นจนเย็นโกคุเทระก็เริ่มหมดแรง
“ขึ้นชิงช้าสรรค์ไม๊” ยามาโมโตะถามเพราะเห็นว่าโกคุเทระเริ่มจะมึน เนื่องด้วยเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวต่อกันเป็นคอมโบ
“ไม่ดีกว่า ท่าทางคนจะเยอะ พวกคู่รักมันชอบไปนั่งพลอดรักกันบนนั้น” โกคุเทระปรายตาไปทางที่ตั้งของชิงช้าสรรค์แล้วหันกลับมาถอนใจ “ไปกระเช้าดีกว่า” ว่าแล้วก็คว้าแขนยามาโมโตะแล้วลากไปยังทางขึ้นกระเช้าลอยฟ้า
เมื่อมาถึงก็ได้เข้าไปนั่งในกระเช้าที่ปกติจุคนได้ราวๆ 8-10 คน แต่ในรอบที่พวกเค้าสองคนขึ้นไปกลับไม่มีคนเลย
“เหอๆ เหมือนได้เหมาเลยแฮะ” ยามาโมโตะพูดอย่างอารมณ์ดี
พอกระเช้าเริ่มเคลื่อนที่ออกจากสถานี สายลมเย็นก็พัดมากระทบหน้าของทั้งสอง ผมสีเงินของโกคุเทระปลิวไสวไปตามลม เมื่อเจ้าตัวเกิดรำคาญขึ้นจึงจับมาทัดหู แต่สายลมแรงก็ทำให้มันปลิวกลับมาปรกหน้าอยู่ดี
ยามาโมโตะเห็นดังนั้นเลยหยิบยางออกมาจากกระเป๋ากางเกง “หันหน้ามาสิ” แล้วรวบผมของโกคุเทระไปข้างหลังจัดการใช้ยางมัดให้เสร็จสรรพ
“หืม....ไปเอามาจากไหนหน่ะ” โกคุเทระเงยหน้าขึ้นมอง
“เก็บได้” ยามาโมโตะตอบยิ้มๆ
อยู่ดีๆ โกคุเทระซบหน้าลงไปที่อกนั้น “ขอบใจ”
ยามาโมโตะสะดุ้งเล็กน้อย ไม่รู้จะดึงตัวโกคุเทระออกดี หรือจะกอดดี เลยพูดออกไปแก้เขิน “แค่มัดผมเอง”
แต่โกคุเทระกลับพูดสวนออกมา “ทุกเรื่องเลย….ขอบใจมาก” แล้วเงยหน้ามาส่งยิ้มให้ด้วยรอยยิ้มที่แสนหวาน
“แค่นายดีใจก็พอแล้ว” ยามาโมโตะยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น แล้วขยี้หัวโกคุเทระเบาๆ ด้วยความรัก
แต่ใจจริงนั้นอยากที่จะดึงร่างนั้นเข้ามากอดจูบให้มันรู้แล้วรู้รอดเลย แล้วความคิดนั้นก็ต้องหยุดลงเมื่อโกคุเทระเป็นคนจูบเค้าซะเอง ริมฝีปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ไม่ใช่จูบแบบคนรัก ไม่มีการใช้ลิ้น แต่สัมผัสแค่นั้นก็ทำให้ยามาโมโตะรู้สึกร้อนไปทั้งตัว เมื่อโกคุเทระถอนปากนั้นออกก็ยิ้มและพูดว่า
“แทนคำขอบใจ” แล้วหัวเราะออกมาอย่างร่างเริง
“นายนี่มัน.....” ยามาโมโตะส่ายหัวกับการกระทำของคนตรงหน้าที่ดูใสซื่อจนน่ากลัว โกคุเทระไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเรื่องที่ทำเมื่อซักครู่นั้นเป็นการทรมานยามาโมโตะขนาดไหน
หลังจากจูบหวานๆ เมื่อซักครู่จบลง ทั้งสองก็ชวนกันมองวิวทิวทัศเบื้องล่างอย่างสนุกสนาน จนกระเช้าเคลื่อนตัวเข้าสู่สถานีปลายทาง เมื่อออกจากระเช้าก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว ทั้งคู่จึงตัดสินใจกลับบ้าน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ช่วงนี้บริษัทของโกคุเทระจำเป็นต้องทำงานร่วมกับบริษัทของดีโน่ ดังนั้นทั้งคู่ในฐานะผู้บริหารจึงต้องเจอกันบ่อยขึ้น ยิ่งได้พบเจอกันบ่อยเท่าไร ความเจ็บปวดในใจยิ่งมากขึ้น ยิ่งเห็นเค้าอยู่กับเจ้าเด็กนั้นด้วยแล้ว น้ำตามันพาลจะไหลออกมาให้ได้ซะทุกครั้ง การกระทำทุกอย่างที่ดีโน่ทำกับสึนะมันช่างเหมือนกันกับตอนที่พวกเค้าคบกันยิ่งนัก
“ไงฮายาโตะ” เสียงนุ่มๆ จากยามาโมโตะดังขึ้นขณะที่มือแกร่งนั้นเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวของโกคุเทระเข้ามา “ฉันมารับหละ วันนี้อยู่ว่างๆ ถ้าไงเรา....” เสียงนั้นหยุดลงเมื่อเห็นว่าคนที่ตนกำลังพูดด้วยนั้นไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยกลับยืนมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่หม่นหมอง และเมื่อมองตามสายตาสีเขียวสวยนั้นไปก็พบว่าร่างบางกำลังยืนมองคนสองคนที่กำลังเดินคุยกันอย่างสนุกสนาน ‘ดีโน่กับสึนะโยชิ’ ผู้มาใหม่ถึงกับชะงักไป ก่อนจะตัดสินใจคว้าร่างนั้นเข้ามากอดแนบอก “ถ้านายอยากร้องไห้...ฉันอยู่ตรงนี้นะ”
ขาดคำ คนในอ้อมกอดก็สะอึกสะอื้นขึ้นมาอย่างเจ็บปวด ร่างนั้นสั่นเทาด้วยความทุกข์ทรมาน เมื่อเห็นคนตรงหน้าเจ็บปวด หัวใจของยามาโมโตะเองก็แทบจะฉีกขาดเช่นกัน ‘ถ้าเพียงแต่.......ถ้าเป็นฉัน’
เมื่อโกคุเทระเริ่มสงบลงยามาโมโตะก็ชวนคุยเรื่องอื่น แต่จนแล้วจนรอดโกคุเทระก็วกกลับมาพูดถึงเรื่องของดีโน่อีกจนได้
ริมฝีปากบางที่เอ่ยถึงเรื่องราวของคนรักเก่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เคยทำด้วยกัน สถานที่ๆ เคยไปด้วยกัน หรือแม้แต่สิ่งของที่คนคนนั้นชอบหรือเกลียด ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดให้กับยามาโมโตะมากยิ่งขึ้น แม้ว่าร่างสูงจะพยายามที่จะเปลี่ยนเรื่องแต่ก็ไม่เป็นผล จนความอดทนเริ่มลดน้อยลง และในที่สุดยามาโมโตะก็ขึ้นเสียงใส่โกคุเทระ “จะให้ฉันไปตามเค้ามาให้นายไม๊หละ ให้เค้ากลับมารักนายเหมือนเดิม จะให้ฉันไปคุกเข่าอ้อนวอนเค้าก็ได้นะ” แล้วใบหน้าเคร่งเครียดก็ผ่อนลงก่อนจะหลุดคำพูดออกมา “ทำไมนายไม่มองคนที่อยู่ข้างนายบ้าง ทำไมไม่มองฉันบ้าง” เสียงนั้นเบาลงจนแทนจะเป็นเสียงกระซิบ “อะ...ฉันขอโทษ” ยามาโมโตะสะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่าหลุดปากพูดความในใจออกไป “ฉันนี่ พูดอะไรออกไปก็ไม่รู้ ฉันกลับก่อนละกันนะ” ว่าแล้วยามาโมโตะก็รีบออกจากห้องทำงานของโกคุเทระไปอย่างรีบร้อน ทิ้งให้เจ้าของห้องสับสนกับการกระทำนั้นอยู่คนเดียว
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คืนวันเสาร์ถัดมา โกคุเทระก็ชวนยามาโมโตะไปนั่งดื่มที่ร้านประจำ ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องงาน เรื่องเพื่อนเหมือนที่เคยทำกันเป็นปกติ ราวกับว่าเรื่องในวันที่ยามาโมโตะพูดความในใจออกมานั้นเป็นเพียงฝันไป
หลังจากดื่มกันได้ซักพัก เมื่อเห็นโกคุเทระเริ่มเมาได้ที่ ยามาโมโตะก็พยายามฉุกกระชากลากถูโกคุเทระไปที่รถ เพื่อที่จะไปส่งที่คอนโด
เมื่อลากเจ้าขี้เมาไม่ได้สตินั้นขึ้นรถได้เจ้าตัวก็เข้าไปนั่งประจำที่คนขับแล้วเริ่มสตาร์ท
“ฉันจะไปบ้านนาย” เสียงอ้อแอ้ดังมาจากที่นั่งข้างๆ ยามาโมโตะหันไปมอง
“นายจะไปทำไม ดึกแล้ว นายเองก็เมาอย่างนี้ กลับไปนอนดีกว่า”
โกคุเทระยังคงดื้อไม่ฟังเสียง และยืนกรานเสียงแข็ง “บ้านนาย”
“อืม...ไปก็ไป” คนขับรถจนมุมกับความเอาแต่ใจของผู้โดยสาร จึงขับรถมุ่งหน้าไปที่ภัตตาคารหรูสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับประติมากรรมแนวยุโรป ที่เป็นทั้งร้านอาหารที่เค้าเป็นเจ้าของกิจการอยู่และเป็นทั้งบ้านที่แสนอบอุ่นของเค้า
เมื่อมาถึงหน้าภัตตาคารก็เป็นเวลาตีสองกว่าๆ แล้ว บรรยากาศแถวนั้นเงียบสงบ ชายหนุ่มคนขับรถลงจากรถวิ่งอ้อมมายังประตูอีกฝั่ง “ถึงแล้วครับ นายท่าน” น้ำเสียงหยอกเย้าดังขึ้นเมื่อประตูรถถูกดึงออกมา ร่างแข็งแกร่งเอื้อมมือเข้าไปเพื่อจะพยุงเจ้าตัวขี้เมาออกมาจากรถ “นายจะมาทีนี่ทำไม” ยามาโมโตะถามขณะพยุงโกคุเทระเข้าร้าน
“ฉันอยากเล่นเปียโน” คำตอบที่ได้ยินทำเองคนฟังงงไปชั่วขณะ
“นี่....นาย....พรุ่งนี้ค่อยเล่นก็ได้ไม่ใช่เหรอ” ยามาโมโตะขมวดคิ้ว เริ่มไม่เข้าใจกับการกระทำของคนข้างๆ มากขึ้น
แทนคำตอบใบหน้าหวานนั้นกลับหันมาจ้องหน้าแล้วผลักคนช่วยพยุงออกก่อนกล่าวออกมาว่า “ไม่ได้ๆ ต้องเล่นวันนี้” ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในร้าน
ภายในห้องอาหารที่มืดสลัว มีเพียงแสงจากด้านนอกเท่านั้นที่สาดส่องเข้ามา โกคุเทระนั่งลงหน้าเปียโนหลังงามแล้วค่อยๆ บรรจงกรีดนิ้วลงไปเริ่มเล่นเพลง Forever Love
ยามาโมโตะเดินตามเข้ามาเงียบๆ ยืนพิงผนังห้องค่อยฟังเสียงเปียโนที่นุ่มนวลนั้นอยู่ใกล้ๆ เมื่อบทเพลงจบลง คนที่ยืนพิงผนังอยู่ข้างหลังก็กล่าวบางสิ่งออกมา
“นายจะไม่ลืมเค้าก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันขอแค่นายยังอยู่กับฉันก็พอแล้ว ถึงนายจะเห็นฉันเป็นแค่ตัวแทนเค้าก็ไม่เป็นไร....ไม่เป็นไรจริงๆ” ยามาโมโตะพูดเศร้าๆ แล้วฝืนยิ้มออกไป ประโยคสุดท้ายที่เค้าเน้นนั้นเหมือนจะย้ำให้ตัวเองซะมากกว่าเป็นการบอกคนตรงหน้า
“เจ้าบ้า เพลงนี่ฉันเล่นให้นายตะหาก หัดเข้าใจความหมายเพลงซะมั่ง” พูดจบโกคุเทระก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปหายามาโมโตะก่อนจะโอบรอบคอแล้วมอบจุมพิตที่หอมแสนหวานให้อย่างยาวนาน
โกคุเทระถอนริมผีปากออกมาแล้วตั้งคำถาม “คืนนี้ฉันอยู่ทีนี่ได้ไม๊” มองใบหน้าของคู่สนทนาด้วยแววตาหวานเยิ้ม ยามาโมโตะมองกลับมาด้วยใบหน้างงงวยแต่กระนั้นก็ยังพยักหน้าน้อยๆ ยังไม่ทันที่ยามาโมโตะจะได้ทำความเข้าใจในการกระทำของโกคุเทระ ร่างที่โอบกอดรอบคอเค้านั้นก็ซบลงที่ไหล่กว้างก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ยามาโมโตะรู้สึกดีกว่าคำใดๆ ที่เคยฟังมา “ฉันรักนายนะ” คำพูดเบาๆ ที่ดังอยู่ข้างหู คำพูดที่ออกมาจากใจของคนตรงหน้า ทำให้เค้ารู้สึกว่าต่อให้โลกทั้งโลกจะพังทลายลงหรือเค้าจะต้องตายไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้มันก็คุ้มแล้ว รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้น “ฉันก็รักนาย”
โกคุเทระดึงมือยามาโมโตะมาที่เปียโน แล้วนั่งลง มือที่ยังคงจับกันไว้นั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ความรักความผูกพันทั้งหมดถูกส่งผ่านมือคู่นั้น
โกคุเทระเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยขึ้นมา “นายเป็นของฉันแล้วนะ”
ร่างสูงนั้นคุกเข่าลงเบื้องหน้า ราวกับอัศวินที่จะคอยปกป้องคุ้มครองผู้เป็นนาย “ฉันเป็นของนายตั้งนานแล้ว” พูดจบยามาโมโตะก็กอดโกคุเทระไว้อย่างทะนุถนอม
“ฉันคิดมาทั้งอาทิตย์เลยนะ เรื่องที่นายบอกให้ฉันมองนายบ้าง” เมื่อได้ยินคำพูดนั้นยามาโมโตะก็เงยหน้าขึ้นมองโกคุเทระเพื่อที่จะฟังต่อ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าจะพูดยังไงดี จะว่าไปมันก็เหมือนกับว่าฉันใช้นายเป็นเครื่องมือให้ลืมดีโน่...แต่พอฉันมาคิดดูนะ นายเองก็ทำอะไรให้ฉันตั้งหลายอย่าง...หรือจะเรียกว่าทุกอย่างดี...แล้วตอนนี้ฉันเองก็...ถ้าไม่มีนายฉันคงอยู่ไม่ได้แล้วหละ ก็จริงนะที่ว่าฉันรักยังดีโน่อยู่ ก็แน่หละนะ คบกันมาก็นานพอดู...แต่คบกับนายนานกว่าอีกนี่น่า...และเวลาอยู่กับนายก็ไม่เคยมีเรื่องไม่สบายใจด้วยสิ ฉันว่าฉันชอบที่ได้อยู่กับนายนะ ทาเคชิ ฉันรักนายจริงๆ นะ”
“พูดมากน่า” ยามาโมโตะยืนขึ้นแล้วลูบหัวโกคุเทระเบาๆ แล้วอุ้มร่างบางนั้นขึ้นมาแนบอกก่อนจะกระซิบออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าถ้าพูดดังไปกว่านี้ เรื่องราวที่เหมือนความฝันนี้จะพังทลายลง “ทำ...ได้ไม๊”
โกคุเทระยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน “ก็แล้วที่นายยอมให้ฉันอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะอยากทำกับฉันเหรอ” ว่าแล้วก็ดึงใบหน้าคมนั้นลงมาประทับรอบจูบอีกครั้งหนึ่ง และยามาโมโตะก็อุ้มโกคุเทระไปที่ห้องทั้งอย่างนั้น
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันจันทร์โกคุเทระมาทำงานด้วยใบหน้าที่แจ่มใสกว่าปกติ สาเหตุหนึ่งเพราะตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์จนถึงเย็นวันอาทิตย์นั้น เค้าได้มีความสุขอยู่ข้างกายยามาโมโตะตลอดเวลาและอีกสาเหตุหนึ่งก็เนื่องมาจากโทรศัพท์เมื่อเช้า
‘ “เดี๋ยววันนี้มาหาฉันที่ร้านนะ มีอะไรจะให้” เสียงนุ่มๆ จากชายผู้เป็นที่รักกล่าวมาจากอีกฟากหนึ่งของโทรศัพท์
“อะไรหละ บอกมาก่อนสิ” เสียงกังวานใสตอบกลับไปอย่างรื่นเริง เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ยอมบอกข้อมูลอะไรเพิ่มเติม เจ้าของเสียงใสก็ใช้ไม้ตาย “ถ้าไม่บอก ฉันไม่ไป”
“ไม่มาก็ไม่ให้” คู่สนทนาตอบกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะก่อนจะวางโทรศัพท์ไป ’
ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งหมั่นใส่ กล้าดียังไงมาวางท่าใส่แบบนั้น คิดแล้วก็ยิ้มออกมา ก่อนจะก้มลงไปทำงานต่อ
ซักพักก็มีเสียงโวยวายดังขึ้นจากฟูตะ เลขาหนุ่มน้อยคนสนิทที่วิ่งเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ “โกคุเทระซัง ภัตตาคารของยามาโมโตะซังเกิดเพลิงไหม้ครับ” น้ำเสียงนั้นฟังดูร้อนรน
“อะไรนะ ฟูตะ ตั้งแต่เมื่อไร แล้วทาเคชิหละ เป็นไงบ้าง” ทันทีที่ได้ยินข่าวโกคุเทระก็วางปากกาลงแล้วลุกไปหยิบเสื้อนอกที่แขวนไว้ วิ่งออกไปจากห้องทำงานในทันที
เป็นไปได้ยังไง เมื่อเช้าเค้ายังคุยโทรศัพท์กับไอ้เจ้าของภัตตาคารนั้นอยู่เลยนิ ไอ้เจ้าของภัตตาคารมันยังจะนัดให้เค้าไปที่ร้านของมันอยู่เลยนิ
ฟูตะที่วิ่งตามมาตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “ไม่ทราบครับ ส่วนยามาโมโตะซังรู้สึกว่าจะยังอยู่ในร้าน รู้สึกว่าต้นเพลิงจะมาจากห้องครัว”
เมื่อโกคุเทระวิ่งลงมาถึงข้างล่างก็พยายามจะมองหาแท็กซี่ แต่ฟูตะกลับตะโกนเรียกให้เค้ามาขึ้นรถที่จอดติดเครื่องรออยู่แล้วแทน
เมื่อมาถึงภัตตาคาร ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือเปลวไฟที่ลุกไหม้สูงท่วมหัว แผ่ความร้อนออกมาอย่างรุนแรง โกคุเทระรีบวิ่งลงไปจากรถแล้วพยายามมองหายามาโมโตะ สายตาก็ไปสบกับเรียวเฮ หัวหน้าพ่อครัวของร้าน จึงรีบวิ่งเข้าไปหา
“เรียวเฮ เรียวเฮ ทาเคชิหละ ทาเคชิอยู่ไหน” โกคุเทระถามอย่างร้อนรน
“ทาเคชิซังออกมาได้แล้วครับ แต่วิ่งกลับเข้าไปใหม่ รู้สึกว่าจะลืมอะไรซักอย่าง พวกเราห้ามยังไงก็ไม่ฟัง” เรียวเฮพูดขึ้นทั้งน้ำตา
โกคุเทระแทบจะกระโจนเข้าไปในกองไฟเดี๋ยวนั้นเลย ติดตรงที่ฟูตะห้ามไว้ ทั้งฟูตะและเรียวเฮ พยายามฉุดรั้งโกคุเทระไว้แล้วปลอบให้ใจเย็นลง
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ เปลวเพลิงค่อยๆ มอดลงหลงเหลือแต่เพียงควันไฟและกองเศษซากของภัตตาคารหรู บรรดานักดับเพลิงเข้าค้นหาวี่แววของผู้รอดชีวิต แต่ก็หาได้มีเสียงตอบกลับมาไม่ เมื่อความหวังเริ่มเรือนรางก็พลันมีเสียงโหวกเหวกมาจากส่วนที่เคยเป็นห้องทำงานของยามาโมโตะ โกคุเทระรีบวิ่งไปยังที่มาของเสียงด้วยความหวังว่าเพื่อนสนิทที่เป็นคนที่รักที่สุดของเค้าจะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ความหวังนั้นก็พลันดับวูบลงเมื่อสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของโกคุเทระกลับกลายเป็นร่างของชายคนหนึ่งซึ่งนอนฟุบอยู่ที่พื้น ร่างกายส่วนหนึ่งถูกไฟไหม้จนไม่เหลือเค้าเดิม แต่กระนั้นก็ยังมีหลายส่วนที่สามารถระบุได้ว่าร่างไร้วิญญาณที่นอนอยู่ตรงนั้นคือร่างของผู้ชายที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเค้า ชายผู้ที่อยู่เคียงข้างเค้ามาตลอดระยะเวลาสิบกว่าปี
โกคุเทระถึงกับทรุดลงตรงนั้น ในสมองมันเบาโหวง รู้สึกราวกับอากาศรอบตัวของเค้าได้หายไป อากาศที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของเค้า
ฟูตะพยุงโกคุเทระมานั่งที่รถ ซักพักเรียวเฮก็เดินเข้ามาหา
“พวกนักดับเพลิงพบของสิ่งนี้จากร่างของทาเคชิซังครับ” เรียวเฮยื่นกล่องไหม้ๆ ดำๆ กล่องหนึ่งให้กับโกคุเทระ “ผมคิดว่าเค้าคงอยากให้คุณเก็บไว้ ผมว่าที่เค้าวิ่งเข้าไปใหม่เพราะ......” เรียวเฮไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะดูจาสภาพของคนตรงหน้าแล้วยิ่งพูดจะยิ่งเป็นการทำร้ายจิตใจซะมากกว่า
เมื่อโกคุเทระเปิดกล่องนั้นออก ก็พบกับแหวนเกลี้ยงวงหนึ่งที่ทำจากทองคำขาว ด้านในของแหวนสลักเอาไว้ด้วยคำภาษาอังกฤษสองคำ ‘Forever Love’
เมื่อเห็นแหวนโกคุเทระถึงกับตะโกนออกมาทั้งน้ำตา “เจ้าบ้า แค่แหวนวงเดียว ทำใหม่ก็ได้ ชีวิตนายมีค่ากว่าตั้งเยอะ กลับมานะเจ้าบ้า กลับมาหาฉันนะ กลับมา กลับมาสิ กลับ....มา.............ไม่มีนายแล้วฉันจะอยู่ยังไง” น้ำเสียงของโกคุเทระเริ่มแผ่วลงในตอนท้ายแล้วทรุดตัวลงร้องไห้อย่างไม่อายต่อสายตาคู่ไหนทั้งนั้น
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฟิกนี้มีแรงบันดาลใจมาจากเพลง ตัวแทน ของ Basher (แต่ไหงเพลงในฟิกเปง Forever Love ของ X Japan ซะนี่)
ว่าแต่มีใครแบบว่าอินไปกะฟิกบ้างมะนิ ถ้าไม่จะลองแต่งใหม่...อยากแต่งฟิกเศร้าๆ ง่า ((แต่ถ้าแต่งอีก คงไม่เอาใครตายแล้วหละ...เด๋วคนแต่งอาจจะโดนฆ่าเอง เพราะไปทำร้าย ทำลายคนรักของใครเข้า แหะๆๆๆ))